
จากเดิมที่การรักษาพยาบาล ต้องมีการจ่ายเป็นเงินสดก่อนจึงจะเบิกได้ แต่ในปัจจุบันข้าราชการสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธินี้ได้แล้ว...
อ่านต่อ
จาก website สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
กรมบัญชีกลางงัดไม้เด็ดเอาใจข้าราชการและครอบครัว 8 ล้านคนเข้ารักษาพยาบาลไม่ต้องจ่ายเงินได้แล้ว!เพียงยื่นความจํานงแจ้งประวัติเท่านั้น ข้าราชการและญาติทั่วประเทศกว่า 8 ล้านคน หมดความกังวลได้แล้วหลังตุลาคมนี้(2548) ไม่ต้องหาเงินสดจ่ายล่วงหน้า เมื่อพบแพทย์ หลังกรมบัญชีกลางปรับแผนสุดเจ๋ง! จับมือสปสช. .ใช้ระบบไอทีปรับฐานข้อมูลข้าราชการ ลูกจ้างและคนในครอบครัว ให้แจ้งประวัติและลงทะเบียน เริ่มแล้ววันนี้
นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช)เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางร่วมกับสปสช.ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านให้กับบุคลากรภาครัฐในส่วนของข้าราชการ ลูกจ้างประจําที่มีกว่า 2 ล้านคน และบุคลากรในครอบครัวทั้งหมดกว่า 6.7 ล้านคนเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบสิทธิในระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งในการดําเนินการดังกล่าวจะต้องมีการปรับปรุงฐานข้อมูลสิทธิของข้าราชการลูกจ้างประจํา และบุคลากรในครอบครัว โดยหน่วยงานต้นสังกัด หรือตัวข้าราชการเองต้องเข้าไปปรับปรุงฐานข้อมูลของตนเองได้ที่ http://csmbs.nhso.go.th/csmbs ได้ตั้งแต่บัดนี้เป้นต้นไป เพื่อนําไปใช้เป็นฐานข้อมูลในระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้
เลขาธิการฯกล่าวว่า สําหรับการแจ้งประวัติของข้าราชการและญาติที่ได้รับสิทธินั้นให้ปฏิบัติด้วยการเข้าเวบไซต์ที่กล่าวมาแล้วด้วยการค้นหาสิทธิสวัสดิการข้าราชการของตนเองและบุคคลในครอบครัว แต่เมื่อเข้าแล้วไม่พบชื่อตนเองให้ติดต่อหน่วยงานต้นสังกัด หากกรณีที่พบชื่อของผู้มีสิทธิให้เข้าที่ “ขอรหัสผ่าน” ทางอิเลคทรอนิกส์ทางเวบไซต์เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจสอบข้อมูลและบุคคลในครอบครัว หากมีข้อมูลครบถ้วนแล้วให้ “ยืนยันบันทึกข้อมูล” เพื่อให้ระบบได้จัดเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตาม เมื่อดําเนินการสมบรูณ์แล้วให้ผู้มีสิทธิจัดส่งสําเนาเอกสารทางราชการที่แสดงสถานภาพหรือความสัมพันธ์กับผู้ที่มีสิทธิ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ให้กับหน่วยราชการผู้เบิกเพื่อให้นายทะเบียนใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงต่อไป
เลขาธิการสปสช.กล่าวอีกว่า ด้วยระบบการจัดการแบบใหม่จะทําให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการบริหารการเบิกจ่ายได้ประมาณปีละ 400-500 ล้านบาท และที่สําคัญคือจะเป็นการลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อน ในโรคที่เจ็บป่วย 4 โรคเรื้อรัง คือ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และความดันโลหิต และโรคที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องจากการเจ็บป่วยอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการอํานวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเป็นอย่างมาก ขณะที่สิทธิประโยชน์เมื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาล ไม่ต้องสํารองจ่ายค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่เบิกได้ไปก่อนครอบคลุมการเจ็บป่วยด้วยโรคหรืออาการต่าง ๆ ทุกกรณีสําหรับ กรณีการรักษาโรคไตวายเรื้อรัง กรมบัญชีกลางจ่ายค่าฟอกเลือด ให้สถานพยาบาลโดยตรงในอัตราเหมาจ่าย 2,000 บาท
ต่อครั้ง “แม้ว่าข้าราชการทั่วประเทศจะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริงดังเช่นที่ผ่านมา แต่บางครั้งค่าตรวจรักษาด้วยเครื่องมือพิเศษ ค่ายา หรือแม้แต่ค่ารักษาอื่นๆ เป็นจํานวนเงินหลายพันหลายหมื่นหรือบางครั้งเป็นแสนบาทก็ตาม ซึ่งจะต้องหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนด้วยเงินสดจึงเป็นปัญหาสําหรับข้าราชการหรือสมาชิกในครอบครัวจํานวนมากซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้ดําเนินการระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลสําหรับผู้รับเบี้ยหวัด/บํานาญไปเรียบร้อยแล้ว ทําให้ผู้รับเบี้ยหวัด/บํานาญได้รับความพึงพอใจที่ไมต้องจ่ายเงินสดล่วงหน้า”นพ.สงวนกล่าว อย่างไรก็ตามหากมีข้อสงสงสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมบัญชีกลางโทร 0-22739024 ต่อ 4102, 0-2273-9725ในเวลาราชการ หรือโทร.1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
----------------------------------------------------- 17 มีนาคม 2549
จริงๆแล้ว เพื่อนๆสามารถทำบัตรสุขภาพ แล้วได้สิทธิเลยที่โรงพยาบาลที่ตนเองใช้ทุน แต่อยากให้เพื่อนๆ ลองเข้าไป check สิทธิตนเอง และพ่อแม่หลังจากทำบัตรประกันสุขภาพ ว่าสามารถใช้สิทธิรักษาโดยไม่ต้องจ่ายเงินได้หรือไม่ด้วย
เพื่อนๆสามารถเข้าสู่ฐานข้อมูลได้ ที่นี่
ปล. ต้องรอให้ข้อมูลชื่อตนเองปรากฏว่ามีสิทธิก่อนนะครับจึงจะ check สิทธิคนอื่นๆในครอบครัวได้